Monday, July 09, 2007

บทที่ ๒ แนวคิด ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาเรื่อง “ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ” ได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
๑. แนวความคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น
๒. การปฏิบัติการลำน้ำ
๓. ลักษณะพื้นที่ปฏิบัติการ
๔. คุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำของกองทัพเรือในปัจจุบัน
๕. การเปรียบเทียบคุณลักษณะเบื้องต้นเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่มีประจำการ
๖. ภารกิจกองเรือลำน้ำ
๗. ภารกิจหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
๘. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

แนวความคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น

๑. ความคิดเห็น
ความหมายของความคิดเห็นได้มีคำจำกัดความ ไว้ต่าง ๆ กัน ดังนี้
ความคิดเห็น หมายถึง การแสดงออกซึ่งวิจารณญาณ ที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะความคิดเห็นที่มีความหมายแคบกว่าเจตคติ (Attitude) เพราะความคิดเห็นของบุคคลเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเท็จจริง (Fact) และเจตคติของบุคคล ความคิดเห็นเป็นการอธิบายเหตุผลที่มีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยเฉพาะ (สงวน สุทธิเลิสอรุณ และคณะ ๒๕๒๒, ๙๙)
สุชา จันทร์เอม และสุรเวศ จินเอม (๒๕๓๐, ๑๐๔) ให้ความเห็นว่า เราไม่สามารถแยกทัศนคติและความคิดเห็นออกจากกันได้ เพราะทัศนคติและความคิดเห็นนั้นมีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่ความคิดเห็นไม่ลึกซึ้งเหมือนทัศนคติ
ความคิดเห็น หมายถึง ความเชื่อหรือการพิจารณาตัดสินใจ (Judgment) โดยบุคคลซึ่งอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับในแต่ละช่วงเวลา ความคิดเห็นนี้ไม่สามารถที่จะทดสอบความรู้ และความจริงของความเชื่อมั่นของบุคคลได้ และต้องยอมรับว่าประชาชนโดยทั่วไปนั้นอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกัน (Duncan 1981, 135)
ความคิดเห็น หมายถึง การพิจารณาตัดสิน (Judgment) หรือความเชื่อที่นำไปสู่การคาดคะเน หรือการแปรผลในพฤติกรรม หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น (Hilgard 1982, 626)
ความคิดเห็น หมายถึง การตัดสินใจ คำวิจารณ์ ความคิดเห็น หรือรูปแบบของการประเมินผลในจิตใจเกี่ยวกับข่าวสารที่ได้ เป็นความเชื่อของบุคคลที่มีต่อเหตุการณ์ หรือข่าวสารโดยความเชื่อมั่นนั้น จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และการสังเกตของแต่ละบุคคล หรือความคิดเห็นการแสดงออกทางความคิด ความสนใจ ความรู้สึกของผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง (Webster 1988, 525)
ความคิดเห็น หมายถึง การแสดงออกของบุคคลในการพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเป็นการประเมินผล (Evaluation) เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากเหตุการณ์แวดล้อม (Kolasa 1989, 368)
จากความหมายของคำว่า “ความคิดเห็น” ตามที่ได้ประมวลจากความเห็นของนักวิชาการทั้งในประเทศและคนไทย จึงสามารถนำมาพิจารณาและสรุปได้ว่า ความคิดเห็น หมายถึง ความรู้สึกนึกคิดของบุคคลที่แสดงออกมาในรูปแบบการตัดสินใจ และความเชื่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อให้ผู้อื่นสามารถที่จะรับรู้ ตลอดจนสามารถที่จะประเมินค่าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง การออกความคิดเห็นอาจจะเป็นไปในลักษณะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็ได้ อาจได้รับการยอมรับ หรือปฏิเสธจากคนอื่นก็ได้ ความคิดเห็นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และเหตุการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนไป
๒. การวัดความคิดเห็น
การวัดความคิดเห็น สามารถวัดความคิดเห็นของบุคคลได้หลายวิธี วิธีที่ใช้กันทั่วไป คือ การใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ เบสท์ (Best, 1987, 177) ได้เสนอแนะว่า วิธีที่ง่ายในการที่จะบอกถึงความคิดเห็นก็คือการแสดงให้เห็นถึงร้อยละของคำตอบในแต่ละข้อความ เพราะความคิดเห็นจะออกมาในลักษณะเช่นไร และจะได้ทำตามความคิดเห็นเหล่านั้นได้ ดังตารางที่ ๑.๑
การตอบแบบสอบถาม ให้ผู้ตอบแบบสอบถามอ่านข้อความที่กำหนดไว้ และพิจารณาดูว่าข้อความแต่ละข้อความนั้น ผู้ตอบเห็นด้วยมากน้อยเพียงใด แล้วให้คำเครื่องหมาย ลงในช่องที่แสดงระดับความคิดเห็นนั้น ๆ

ตารางที่ ๑.๑ ตัวอย่างการวัดความคิดเห็น
ข้อความ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เห็นด้วย
ไม่แน่ใจ
ไม่เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วย
อย่างยิ่ง
๑. อาชีพทหารมีความจงรักภักดีสูง

การปฏิบัติการตามลำน้ำ

๑. แนวความคิดในการปฏิบัติการลำน้ำ (โกมินทร์ โกมุทานนท์ ๒๕๔๗, ๕)
ลำน้ำนอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกลยุทธ์ทางภาคพื้นดิน ซึ่งการส่งอำนาจกำลังรบ (Combat Power) ข้ามเครื่องกีดขวางลำน้ำ จำเป็นต้องใช้การสนับสนุนทางเทคนิค การวางแผน และมาตรการควบคุมที่ต่างจากการปฏิบัติการทางพื้นดินแบบอื่นๆ ปฏิบัติการทางทหารภายใต้สภาพพิเศษดังกล่าวเรียกว่า “การยุทธข้ามลำน้ำ” และในขณะเดียวกันแม่น้ำยังเป็นสิ่งที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติการทางทหารในการใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางเคลื่อนที่ของกำลังรบ ส่วนสนับสนุนการรบ และสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ เข้าดำเนินกลยุทธ์ต่อเป้าหมายตลอดบริเวณลำน้ำ ซึ่งปฏิบัติการทางทหารใดๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ได้มาและหรือรักษาไว้ซึ่งการควบคุมการคมนาคมทางน้ำ ภายในและแผ่นดินใกล้เคียง หรือเพื่อป้องกันมิให้ข้าศึกใช้ประโยชน์ในบริเวณนี้ได้ เป็นการปฏิบัติการซึ่งรวมคุณลักษณะของการปฏิบัติการทางบก ทางเรือ และทางอากาศ เข้าด้วยกันเรียกว่า “การปฏิบัติการในลำน้ำ” ซึ่งการปฏิบัติการทางทหารทั้งสองแบบ มีความแตกต่างในแนวคิดที่การยุทธข้ามลำน้ำทั้งในการรบด้วยวิธีรุกและการรบด้วยวิธีร่นถอยเห็นว่าแม่น้ำเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนที่ของกำลังรบ ส่วนการปฏิบัติการตามลำน้ำเห็นว่าแม่น้ำเป็นเส้นทางเคลื่อนที่ของกำลังในการดำเนินกลยุทธโดยใช้ความได้เปรียบของเส้นทางน้ำ ในการเคลื่อนกำลังที่ได้ผลในการจู่โจมและทำลายกำลังของข้าศึก เพื่อให้ได้มาและหรือรักษาการครองระบบเส้นทางน้ำ รวมทั้งพื้นที่บนบกที่ใกล้เคียงไว้ หรือเพื่อไม่ให้ข้าศึกใช้ประโยชน์
การปฏิบัติการตามลำน้ำตามแนวคิดที่เต็มขนาด คือ การรวมกำลังและใช้กำลังทางเรือ เครื่องบิน ทหารนาวิกโยธิน และกำลังสงครามพิเศษทางเรือ ดำเนินการร่วมกันภายใต้การบังคับบัญชาของ ผบ.กำลังลำน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Riverine Force) เพื่อให้ได้มาและ/หรือดำรงไว้ซึ่งการควบคุมพื้นที่ตามลำน้ำ (Riverine Area) หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกใช้เส้นทางน้ำ ซึ่งปฏิบัติการนี้จะรวมถึงการปฏิบัติที่ได้ดำเนินไปบน ข้าม และไปตามลำน้ำหรือเป็นการปฏิบัติที่เริ่มจากระบบทางน้ำแล้วขยายการปฏิบัติออกไป การปฏิบัติการตามลำน้ำเป็นการผสมผสานคุณลักษณะของการปฏิบัติการภาคพื้นดิน ปฏิบัติการทางเรือ และปฏิบัติการทางอากาศเข้าด้วยกัน โดยมีการใช้ยุทธวิธี เทคนิค ยุทธภัณฑ์และการจัดหน่วยที่มีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะ ปรับปรุงให้เหมาะสมกับธรรมชาติของพื้นที่ตามลำน้ำ กองกำลังปฏิบัติการตามลำน้ำเป็นกองกำลังที่มีความคล่องตัวสูง มีขีดความสามารถในการค้นหา ตรึงและทำลายกำลังข้าศึก การใช้กำลังดังกล่าวควรเป็นไปตามบทบาทหลัก คือการปฏิบัติการตามลำน้ำ มากกว่าการที่จะกระจายกำลังออกไปในรูปแบบของการรักษาพื้นที่ที่เกินกว่าที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ตามลำน้ำ(Riverine Area) ทั้งนี้หากต้องเข้าปฏิบัติการตามลำน้ำในพื้นที่ซึ่งสภาพการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและการรักษาความปลอดภัยไม่เอื้ออำนวยให้มีการจัดตั้งฐานปฏิบัติการบนบกได้ การปฏิบัติการจึงจำเป็นจะต้องกระทำจากฐานปฏิบัติการลอยน้ำ(Afloat Base)
๒. รูปแบบของการปฏิบัติการตามลำน้ำ (โกมินทร์ โกมุทานนท์ ๒๕๔๗, ๘ - ๑๒)
การปฏิบัติการของหน่วยกำลังเคลื่อนที่ตามลำแม่น้ำดำเนินไปในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจมีระยะห่างจากการปฏิบัติของข้าศึกต่อกำลังฝ่ายเรา โดยทั่วไปแบ่งการปฏิบัติออกเป็น ดังนี้
ก. การปฏิบัติการโจมตีตามลำน้ำ (Riverine Assault Operations) เป็นการปฏิบัติการที่ใช้กำลังทางบกเป็นหลักสนับสนุนใกล้ชิดโดยกำลังทางเรือและ/หรือกำลังทางอากาศ เพื่อความมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่งในการจัดตั้งการควบคุมเส้นทางคมนาคมทางน้ำ จัดตั้งการควบคุมพื้นที่บนฝั่ง และ/หรือประชาชนและทรัพยากร ค้นหาที่ตั้งและทำลายกำลังสิ่งก่อสร้าง และการส่งกำลังบำรุงของข้าศึก จัดตั้งและรักษาพื้นที่ของฐานสนับสนุนทางการรบ
ข. การปฏิบัติการขัดขวาง เฝ้าตรวจ และรักษาความปลอดภัยตามลำน้ำ (Waterway Interdiction and Surveillance and Security Operations) เป็นการปฏิบัติการที่ใช้กำลังทางเรือตามลำน้ำเป็นหลัก สนับสนุนใกล้ชิดโดยกำลังทางบก และ/หรือกำลังทางอากาศ เพื่อความมุ่งหมายในการป้องกันเส้นทางคมนาคมของฝ่ายเรา ไม่ให้ข้าศึกใช้เส้นทางน้ำ รวบรวมข่าวกรอง รักษาความปลอดภัย ควบคุมประชาชนและทรัพยากร
ค. การปฏิบัติการพิเศษ (Special Operations) เป็นการปฏิบัติการที่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติการโจมตีตามลำน้ำ หรือการปฏิบัติการขัดขวาง เฝ้าตรวจ และรักษาความปลอดภัยตามลำน้ำ แต่มิใช่เป็นการปฏิบัติการตามลำน้ำ ซึ่งการปฏิบัติการพิเศษนี้ต้องใช้วิธีการ เทคนิค การฝึก และอุปกรณ์พิเศษในการปฏิบัติการ เช่น การลาดตระเวนหาข่าวและให้ความปลอดภัยต่อเส้นทางน้ำ การรักษาความปลอดภัยของฐานทัพ การปฏิบัติการสงครามทุ่นระเบิด การกู้ภัย การลวง การปฏิบัติการสงครามนอกแบบ การปฏิบัติการจิตวิทยา และการกิจการพลเรือน
๓. ยุทธวิธีและวิธีการปฏิบัติ (โกมินทร์ โกมุทานนท์ ๒๕๔๗, ๑๕ - ๑๘)
การปฏิบัติการตามลำน้ำ มีแนวทางของยุทธวิธี ข้อพิจารณาทางยุทธวิธี และวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ โดยทั่วไป ดังนี้
ก. การทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ (Area Familiarization) ก่อนการลาดตระเวนตรวจการณ์ขั้นต้น (Initial Patrols) ผู้บังคับบัญชาต่าง ๆ จะต้องจัดการอบรมเจ้าหน้าที่ประจำเรือให้ทราบและทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ที่จะปฏิบัติการ
ข. ภารกิจรอง (Secondary Missions) การลาดตระเวนตรวจการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการร้องขอในการสนับสนุนการรบของหน่วยกำลังต่าง ๆ บนฝั่ง เช่น การปิดกั้น และการปฏิบัติการต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้น เรือเล็กจะต้องไม่ใช้ในการขนส่งคนหรือสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง เว้นแต่ในเรื่องสำคัญฉุกเฉิน เช่น การส่งกลับทางการแพทย์ต่าง ๆ
ค. การโต้ตอบการยิงของข้าศึก (Response to Hostile Fire) เรือเล็กลาดตระเวนตรวจการณ์ในเมื่อถูกยิงจากอาวุธอัตโนมัติหรืออาวุธที่ใหญ่กว่า ธรรมดาแล้วจะโต้ตอบด้วยอาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ ในเวลาเดียวกันก็นำเรือออกจนพ้นระยะยิงของข้าศึก เรือที่เสียหาย เกยฝั่งอยู่ในอาณาบริเวณข้าศึก ต้องทำการกู้หรือทำลายเสีย ด้วยการร้องขอให้มีการสนับสนุนโดยทันที ในเมื่อเป็นไปไม่ได้ จะต้องทำการจัดตั้งการติดต่อสื่อสารกับปืนใหญ่สนามและหน่วยสนับสนุนด้วยปืนใหญ่เรือ ก่อนดำเนินการลาดตระเวนตรวจด่านและคงไว้ตลอดการลาดตระเวน
ง. การสนับสนุนร่วมกัน (Mutual Support) เรือลาดตระเวนตรวจด่านจะต้องดำเนินการไปด้วยการลาดตระเวนโดยใช้เรือ ๒ ลำ ภายในระยะเรดาร์ ซึ่งกันและกัน เพื่อการสนับสนุนและการป้องกันร่วมกัน หากต้องใช้เรือลาดตระเวน ๓ ลำ ในพื้นที่ดำเนินการ ให้ใช้เรือลำหนึ่งเข้าตรวจค้นเรือที่ต้องสงสัย กับเรืออีก ๒ ลำ ใช้ในการป้องกันการยิงจากฝั่ง
จ. เวลาและกระสวนในการลาดตระเวน (Time and Pattern of Patrols) เรือต่าง ๆ จะดำเนินการลาดตระเวนแบบสุ่ม (Random Patrol) และมิให้จัดเป็นกระสวน (Pattern) เช่น การผ่านเข้าไปในจุดเดียวกันทุกครั้งหรือในช่วงที่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้มีการวางทุ่นระเบิดหรือซุ่มโจมตีได้ ผู้บังคับบัญชาต่าง ๆ ของเรือต้องทราบเวลาดวงจันทร์ขึ้น ดวงจันทร์ตก และสภาพน้ำขึ้น น้ำลง ปกติแล้วผลของการลาดตระเวนที่ดีที่สุด จะอยู่ระยะเวลาภายหลังที่ดวงจันทร์ตกแล้ว และในลมฟ้าอากาศที่ไม่เกื้อกูล การข้ามลำน้ำของข้าศึกจะบังเกิดมากที่สุดในเวลาน้ำขึ้น และในชั่วโมงระยะจากดวงอาทิตย์ตกจนถึงเที่ยงคืน
ฉ. ความพร้อมรบ (Readiness) สภาพความพร้อมที่เหมาะสมในพื้นที่ที่ทำการลาดตระเวน จะต้องรักษาไว้ตลอดเวลา รวมทั้งเครื่องแต่งกายในการรบและสวมเสื้อเกราะกันกระสุน (Flak Jackets)
ช. การยิงรบกวนของข้าศึก (Harassing Hostile Fire) เรือต่าง ๆ จะประสบกับการยิงด้วยปืนเล็กระยะไกลจากฝั่งอยู่บ่อย ๆ ในกรณีที่ถูกยิงจากปืนขนาดเล็ก มิใช่แบบอัตโนมัติมักจะเป็นเวลากลางคืน ยุทธวิธีที่ดีที่สุด คือ ไม่โต้ตอบหรือตอบด้วยปืนเล็กที่ไม่ใช่ปืนอัตโนมัติเท่านั้น จนกว่าจะทราบแหล่งที่มาที่แน่นอน การโต้ตอบการยิงระยะไกลด้วยการยิงอาวุธอัตโนมัติ จะทำให้ข้าศึกทราบตำบลที่แน่นอน และทราบอาวุธของเรือลาดตระเวน
ซ. การซุ่มโจมตี (Ambushes) ผู้บังคับบัญชาของเรือจะต้องมีความตื่นตัวในเรื่องการซุ่มโจมตีและความพยายามในการยึดเรือ ทั้งจากบนฝั่งหรือจากเรือ ต้องตื่นตัวจากการถูกดึงเข้าไปเพื่อการซุ่มโจมตีและทุ่นระเบิด เรือเล็กของข้าศึกอาจดำเนินกลยุทธในสถานการณ์เข้าชนเพื่อขับไล่ให้เรืออยู่บนทุ่นระเบิด ไม้ชิ้นเล็ก ๆ หรือวัตถุอื่นที่อยู่ประจำที่ในกระแสน้ำอาจแสดงว่า มีทุ่นระเบิดและต้องหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ ในเมื่อถูกยิงจากบนฝั่งด้วยอาวุธอัตโนมัติ จะต้องสันนิษฐานว่าอาวุธไร้แรงสะท้อนจะต้องอยู่ที่นั้นด้วย การยิงรบกวนจากอีกฝั่งหนึ่ง อาจนำมาใช้เพื่อขับไล่เรือลาดตระเวนเข้าหาฝั่งตรงข้าม ซึ่งที่นั้นแนวซุ่มโจมตีคอยที่อยู่แล้ว
ฌ. การทำเสียง (Noises) ข้าศึกอาจเตือนหน่วยกำลังของตนเมื่อเรือลาดตระเวนเข้ามาใกล้ด้วยวิทยุ ไฟฉาย การยิงเตือน ตีกลอง หรือเคาะไม้ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ การลาดตระเวนต้องเงียบหรือใช้ความเร็วที่เงียบที่สุด และถ้าหากว่าข้อพิจารณาทางยุทธวิธีอำนวยให้ ให้ลาดตระเวนโดยใช้เครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียวหรือไม่ใช้เครื่องยนต์ เพื่อลดระดับเสียงและประหยัดน้ำมัน
ญ. แสงสว่าง (Light) ในเวลากลางคืน เรือลาดตระเวนต่าง ๆ จะต้องดับไฟมืด ห้ามใช้แสงสว่างที่แลเห็นได้ นอกจากในเวลาต้องการพิสูจน์ฝ่าย ไฟเรือเดิน ไฟสัญญาณพวกหรือพลุที่เหมาะสมอาจนำมาใช้ได้ ถ้าหากว่าอยู่ในอันตรายจากเรือโดนกัน (Collision) หรือด้วยเหตุเกิดจากการโจมตีของกำลังฝ่ายเดียวกัน เนื่องจากการเข้าใจผิด
ฎ. การขึ้นบนเรือและการตรวจค้น (Board and Search) ห้ามมิให้เข้าเทียบสิ่งที่พบโดยตรง นอกเสียจากอยู่ในระยะภายในความส่องสว่างที่ได้ผลดีที่สุด เรียกเรือเข้ามาเทียบ เมื่อสิ่งที่พบอยู่ชิดฝั่ง และไม่ยอมเข้ามาเทียบ ให้เข้าประชิดอย่างรวดเร็ว และจูงเรือออกมากลางน้ำก่อนการตรวจค้น หลีกเลี่ยงการผูกเรือเข้ากับเรือที่รับตรวจ ให้ใช้ขอตะเพลาหรือเครื่องยนต์แต่งเรือให้เทียบกัน ก่อนการตรวจค้นให้ทำการผูกเรือต่าง ๆ ในกระบวนเข้าด้วยกัน หันหัวเรือทวนน้ำ การกระทำดังนี้ ทำให้สะดวกในการบังคับเรือและการลอยไปตามน้ำลดลง
ในเวลาที่เรือลำหนึ่งดำเนินการตรวจค้น เรือที่สองจะต้องหยุดลอยลำอยู่ป้องกันการยิงจากฝั่ง และจะต้องอยู่ในสถานีพ้นจากเส้นยิง (Line of Fire) ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ เรือที่ทำการตรวจค้นจะต้องประจำอาวุธ และตรวจการณ์ป้องกันการยิงจากฝั่งทางกราบที่มิได้มีเรือเทียบอยู่ เรือทั้งสองจะต้องเตรียมปืนกลอัตโนมัติให้พร้อม และหันไปยังเรือที่ต้องสงสัยตลอดเวลา
ห้ามใช้ไฟฉาย (Spotlights) เพื่อส่องสว่างที่พบในเวลาที่เทียบตรวจค้น ให้ใช้ไฟฉายธรรมดา (Hand-Held Lantern)
ในเวลาตรวจค้น ให้ใส่ใจกับการลอยตามน้ำของเรืออย่างใกล้ชิด ไม่ต้องการให้เรือเกยตื้นหรืออันตรายจากการเข้าใกล้ฝั่งของข้าศึก
ในกรณีที่ต้องสงสัย วิธีการปฏิบัติที่ดี ควรใช้เชือกลากโอบท้องเรือทั้งสองกราบลงไปใต้กระดูกงูเรือต้องสงสัย เพื่อตรวจสอบของต้องห้ามที่อยู่ติดกับเรือที่ลากห้อยอยู่ กับตรวจสอบรายละเอียดระมัดระวังในเรื่องการทำท้องเรือปลอมหรือท้องเรือสองชั้น
๔. พื้นที่ปฏิบัติการลำน้ำ (โกมินทร์ โกมุทานนท์ ๒๕๔๗, ๖ - ๗)
พื้นที่ปฏิบัติการตามลำน้ำ (หลักนิยมการปฏิบัติการตามลำน้ำ ๒๕๔๓, ๙) คือ พื้นที่ภายในแผ่นดิน หรือพื้นที่ชายฝั่งอันประกอบด้วยพื้นดินและพื้นน้ำที่มีลักษณะจำกัดด้วยเส้นทางคมนาคมทางบก แต่มีพื้นที่และหรือเส้นทางน้ำภายในแผ่นดินทั่วไปอันเป็นเส้นทางธรรมชาติ สำหรับการลำเลียงขนส่ง และการคมนาคมทางน้ำ เป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ในการเดินเรือได้ และไม่มีถนนหรือถนนใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องใช้เส้นทางน้ำ
การปฏิบัติการตามลำน้ำแตกต่างกับการปฏิบัติการในทะเล โดยพื้นที่ในการแล่นเรือมีจำกัดและเรือจำเป็นต้องเดินไปตามทิศทางของแม่น้ำ ผิดกับในทะเลซึ่งสามารถแล่นได้ไม่จำกัด อีกประการหนึ่งในการต่อสู้กับศัตรูบนฝั่ง ฝ่ายเรือมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะเป็นเป้าหมายให้พวกที่อยู่บนฝั่งเห็นได้ชัด ส่วนพวกที่อยู่บนฝั่งสามารถหาพื้นที่ที่ได้เปรียบและหลบซ่อนได้ดีกว่า ฉะนั้นการปฏิบัติในลำน้ำจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้
ก. ลักษณะของแม่น้ำ การใช้เรือปฏิบัติการในลำน้ำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบลักษณะของลำน้ำนั้นๆ เป็นอย่างดี เกี่ยวกับความกว้าง ความลึก กระแสน้ำไหลทางไหน ไหลแรงเพียงใด สิ่งกีดขวางใต้น้ำมีที่ใดบ้าง ร่องน้ำลึกของแม่น้ำอยู่ตอนใด มีสะพานข้ามที่ใด สูงจากพื้นน้ำเท่าใด เพื่อที่จะนำมาพิจารณาร่วมกับลักษณะของเรือที่ต้องใช้ ซึ่งจะทำให้ทราบได้ว่าเรือสามารถปฏิบัติการได้ในพื้นที่ใดบ้าง ตอนใดไม่สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งเป็นการกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการหรือกำหนดชนิดเรือที่จะสามารถปฏิบัติได้ดีในพื้นที่นั้น
ข. ลักษณะของฝั่ง มีความจำเป็นจะต้องทราบลักษณะของฝั่ง เพราะเรือที่ปฏิบัติการจะต้องแล่นผ่านฝั่งทั้งสองของแม่น้ำตลอดเวลา ฝั่งมีลักษณะลาดชันเพียงใด คนและสัตว์ขึ้นลงได้หรือไม่ ป่าไม้ ภูเขา ถนน หมู่บ้าน และวัด ที่อยู่ริมแม่น้ำ มีความสำคัญที่จะต้องทราบและอยู่ในความสังเกตไว้ทั้งสิ้น ระดับน้ำในแม่น้ำก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันว่า สูงเสมอระดับขอบฝั่ง หรือต่ำกว่าขอบฝั่งมาก หรือ สูง ๆ ต่ำ ๆ ต่างกันตามฤดูกาล ทั้งนี้เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการปฏิบัติการทางเรือทั้งสิ้น
๕. คุณลักษณะของเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการลำน้ำ (โกมินทร์ โกมุทานนท์ ๒๕๔๗, ๑๘)
ก. คุณลักษณะเรือที่จะใช้ปฏิบัติการในลำน้ำ จะต้องคล่องแคล่วว่องไว สามารถแล่นกวดจับเรือลำอื่นได้ทัน กับต้องหลบหนีการยิงจากบนฝั่งได้คล่องแคล่ว เพราะโดยปกติเรือที่ปฏิบัติการอยู่ในลำน้ำ เมื่อถูกข้าศึกดักยิงจากบนฝั่งจะต้องหลบหนีให้พ้นจากพื้นที่โดยเร็ว ห้ามลอยลำยิงสู้กับข้าศึกบนฝั่งจะต้องแล่นเรือยิงตอบโต้ข้าศึก ดังนั้น เรือที่ปฏิบัติการในลำน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีลักษณะ ดังนี้
๑) ความเร็วสูง
๒) มีความคล่องตัวสูงในการหันเลี้ยว การเร่งเครื่องและหยุดเครื่องได้โดยรวดเร็ว
๓) กินน้ำตื้น
๔) เสียงไม่ดังมาก
๕) มีเครื่องมือตรวจจับ และอาวุธระยะใกล้ไกลพอสมควร
ข. ลักษณะการใช้อาวุธ จะต้องพิจารณาถึงหัวข้อ ต่อไปนี้
๑) ลักษณะการปฏิบัติการหรือภารกิจ ที่จะต้องออกปฏิบัติการในเที่ยวนั้น ๆ ถ้าเป็นการตรวจจับเรือด้วยกัน การพิจารณาอาวุธที่ใช้ ก็ควรเตรียมอาวุธกระสุนวิถีราบระยะไกล และใกล้ไว้ให้พร้อม ถ้าภารกิจเป็นการทำลายเป้าหมายบนฝั่ง ในบางครั้งกระสุนวิถีราบก็ใช้ไม่ได้ผล อาจต้องติดตั้งอาวุธวิถีโค้งระยะไกลให้พร้อม
๒) ภัยหรือฝ่ายตรงข้าม จะอยู่ที่ใดจำเป็นต้องพิจารณาอาวุธให้พร้อมไว้ที่จะเผชิญกับภัยที่จะเกิดขึ้น หรือต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งคาดว่าจะอยู่ ณ ตำบลที่ใด อาวุธชนิดใดที่สามารถใช้ได้ผลดีที่สุด ก็ควรเตรียมอาวุธชนิดนั้นไว้ให้พร้อม
๓) ลักษณะของฝั่งและระดับน้ำ ลักษณะของฝั่งที่มีความลาดชันเพียงใด ถ้าฝ่ายตรงข้ามอยู่บนฝั่ง อาวุธชนิดใดควรจะใช้ได้ผลที่สุด พิจารณาประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำ ถ้าน้ำขึ้นเต็มฝั่งอาวุธวิถีกระสุนวิถีราบ ซึ่งมีความแม่นยำกว่าก็น่าจะพิจารณาใช้ได้ดี แต่ถ้าระดับน้ำในแม่น้ำลดลง แล้วขอบฝั่งสูงขึ้น อาวุธกระสุนวิถีราบ ก็ย่อมไม่ได้ผล ก็ควรใช้อาวุธกระสุนวิถีโค้ง
๔) ความกว้างแคบของแม่น้ำ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพิจารณา แม่น้ำแคบ ซึ่งมีระยะยิงจำกัด จำเป็นต้องเตรียมอาวุธประจำกาย เช่น ปืนกลเบา หรือปืนกลมือไว้ให้พร้อม รวมทั้งปืน M.79 ซึ่งเป็นอาวุธระยะใกล้ ถ้าแม่น้ำกว้าง ระยะยิงไกล ก็จำเป็นต้องใช้ปืนขนาดใหญ่ขึ้น จึงต้องเตรียมอาวุธนั้น ๆ ให้พร้อม
จากแนวความคิดในการปฏิบัติการลำน้ำ ยุทธวิธีและการปฏิบัติ ตลอดจนพื้นที่ปฏิบัติการลำน้ำ ดังนั้น เรือที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานตามลำน้ำจึงจำเป็นต้องมี ความเร็วสูง มีความคล่องตัวสูงในการหันเลี้ยว การเร่งเครื่องและหยุดเครื่องได้โดยรวดเร็ว มีอัตรากินกินน้ำตื้น เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังมาก มีเครื่องมือตรวจจับ และอาวุธระยะใกล้ไกลพอสมควร ประกอบกับระบบอาวุธที่ควรมีประจำเรือก็ควรมีทั้งปืนที่ยิงได้ทั้งวิถีราบและวิถีโค้ง ระยะยิงก็ขึ้นอยู่กับความกว้างแคบของแม่น้ำ ตลอดจนอาวุธประจำกายก็ควรมีเช่นกัน เพื่อใช้ในการยิงในระยะประชิดหรือระยะใกล้

ลักษณะของพื้นที่ปฏิบัติการ

๑. ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำโขง (จักรกฤษณ์ กลีบจันทร์ ๒๕๔๘, ๓๐ - ๓๒)
แม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดจากบริเวณที่ราบสูงธิเบต แถบเทือกเขาตังกลฮา (Tanggula) มณฑลชิงไห่ (Qinghai) ประเทศจีน ไหลผ่านมณฑลยูนาน และออกจากประเทศจีนที่เมืองเชียงรุ้ง (Chiengrong) เป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศพม่ากับประเทศจีน เป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศพม่ากับประเทศลาว เป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว (ระหว่างจังหวัดเชียงรายกับแขวงบ่อแก้ว) ไหลเข้าประเทศลาวที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว และไหลออกจากประเทศลาวที่เมืองสานะคาม แขวงเวียงจันทร์ เป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว (ระหว่างจังหวัดเลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กับแขวงเวียงจันทร์ กำแพงนครเวียงจันทร์ บอลิคำไซ คำม่วน สวันเขต สาละวัน และจำปาสัก ตามลำดับ) ไหลเข้าประเทศลาวอีกตอนหนึ่งที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก และไหลออกจากประเทศลาวที่เมืองโขง แขวงจำปาสัก เข้าสู่ประเทศกัมพูชา ที่จังหวัดสตึงเตรง (Stung Treng) ไหลออกจากประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย ที่จังหวัดพนมเปญ (Phanom Phen) เข้าสู่ประเทศเวียดนาม และแยกออกเป็นหลายสาย บริเวณที่เรียกว่า ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงก่อนไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ มีความยาวทั้งสิ้น ๔,๘๘๐ กิโลเมตร โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ก. อยู่ในประเทศจีน ระยะทาง ๒,๑๓๐ กิโลเมตร
ข. เป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่างจีน-พม่า ระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร
ค. เป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่างพม่า-ลาว ระยะทาง ๒๓๔ กิโลเมตร
ง. เป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่างไทย-ลาว ระยะทาง ๙๕๕ กิโลเมตร
จ. อยู่ในประเทศลาว ระยะทาง ๗๘๙ กิโลเมตร
ฉ. อยู่ในประเทศกัมพูชา ระยะทาง ๔๙๐ กิโลเมตร
ช. อยู่ในประเทศเวียดนาม ระยะทาง ๒๓๐ กิโลเมตร
กระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลจากเหนือลงใต้ทางเดียวตลอดปี ระดับน้ำในฤดูแล้งกับฤดูฝนแตกต่างกันมากถึง ๑๔ เมตร ความเร็วของกระแสน้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาล มีความเร็วตั้งแต่ ๒ นอต ถึง ๑๒ นอต สภาพในลำแม่น้ำโขงมีเกาะหรือดอน สันทราย และแก่งหินปรากฏอยู่โดยทั่วไป โดยทวีขนาดและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในฤดูแล้ง
ปัจจุบันแม่น้ำโขงเป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่างไทย – ลาว ซึ่งแบ่งออกได้เป็น ๒ ตอน ตอนแรกในจังหวัดเชียงราย มีระยะทาง ๙๗ กิโลเมตร ตอนที่ ๒ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่จังหวัดเลยถึงจังหวัดอุบลราชธานี มีระยะทาง ๘๕๘ กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น ๙๕๕ กิโลเมตร ตลิ่งทั้งสองฝั่งมีความสูงชันมาก ตอนที่กว้างที่สุดอยู่ที่ด่านศุลกากร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีระยะทาง ๒,๐๐๐ เมตร ตอนที่แคบที่สุดอยู่ที่บ้านผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ลึก ๖๔ เมตร ตลอดแนวลำแม่น้ำโขงมีเกาะหรือดอน ซึ่งมีชื่อเรียกและมีการระบุสิทธิการครอบครอง จำนวน ๗๐ ดอน (หรือเกาะ) เป็นของไทย ๘ ดอน และในจำนวน ๖๒ ดอนของประเทศลาวนั้น อยู่ชิดฝั่งไทยถึง ๒๘ ดอน ซึ่งดอนเหล่านี้ในฤดูแล้ง จะเหลือเพียงทางน้ำเล็ก ๆ เป็นเส้นกั้นเขตแดน หรือบางแห่งกลายเป็นผืนดินติดต่อกัน โดยไม่มีทางน้ำให้เห็นแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังมีสันทรายทั้งที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในสิทธิครอบครองเป็นจำนวนมาก และยังมีแก่งหินบริเวณอำเภอเชียงคาน และอำเภอปากชม จังหวัดเลย อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย อำเภอธาตุพนม อำเภอเขมราฐ จังหวัดนครพนม อำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
๒. ลักษณะพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (วีรุดม ม่วงจีน ๒๕๔๖, ๔๑ - ๔๕)
กระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลจากเหนือลงใต้ทางเดียวตลอดปี ระดับน้ำในฤดูแล้งกับฤดูฝนแตกต่างกันถึง ๑๔ เมตร ความเร็วของกระแสน้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาล มีความเร็วตั้งแต่ ๒ นอต ถึง ๑๒ นอต สภาพในลำแม่น้ำโขงมีเกาะหรือดอน สันทราย และแก่งหินปรากฏอยู่โดยทั่วไป โดยทวีขนาดและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในฤดูแล้ง
พื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง คือ พื้นที่ในแม่น้ำโขงที่เป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่างไทย - ลาว ซึ่งแบ่งออกได้เป็น ๒ ตอน ตอนแรกในจังหวัดเชียงราย มีระยะทาง ๘๕ กิโลเมตร ตอนที่ ๒ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่จังหวัดเลยถึงจังหวัดอุบลราชธานี มีระยะทาง ๘๓๒ กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น ๙๑๗ กิโลเมตร ตลิ่งทั้งสองฝั่งมีความสูงชันมาก ตอนที่กว้างที่สุดอยู่ที่ด่านศุลกากร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีระยะทาง ๒,๐๐๐ เมตร ตอนที่แคบที่สุดอยู่ที่บ้านผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ลึก ๖๔ เมตร ตลอดแนวลำแม่น้ำโขงมีเกาะหรือดอน ซึ่งมีชื่อเรียกและมีการระบุสิทธิการครอบครอง จำนวน ๗๐ ดอน (หรือเกาะ) เป็นของไทย ๘ ดอน และในจำนวน ๖๒ ดอน ของประเทศลาวนั้น อยู่ชิดฝั่งไทยถึง ๒๘ ดอน ซึ่งดอนเหล่านี้ในฤดูแล้ง จะเหลือเพียงทางน้ำเล็ก ๆ เป็นเส้นกั้นเขตแดน หรือ บางแห่งกลายเป็นผืนดินติดต่อกัน โดยไม่มีทางน้ำให้เห็นแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังมีสันทรายทั้งที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในสิทธิครอบครองเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงฤดูแล้งนี้ (ประมาณ มี.ค. - พ.ค.ของทุกปี) พื้นที่ปฏิบัติการบางช่วงไม่สามารถทำการลาดตระเวนทางเรือได้รวมเป็นระยะทางประมาณ ๓๐๐ กม. หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่รับผิดชอบ สำหรับในฤดูฝนไม่มีข้อจำกัดแต่อย่างใด
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การลาดตระเวนทางเรือของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ในพื้นที่รับผิดชอบ ไม่สามารถกระทำได้ตลอดพื้นที่รับผิดชอบและต่อเนื่องตลอดปี จึงมีความจำเป็นต้องใช้การลาดตระเวนทางบกเสริมการปฏิบัติการโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งสามารถกระทำได้โดยสะดวกตลอดปี เนื่องจากมีถนนเลียบตามแนวลำน้ำโขงเกือบตลอดแนว และยังเป็นประโยชน์ในการเดินทางเข้าวางตัวในพื้นที่เป้าหมายเพื่อทำการปราบปรามหรือสกัดกั้นการกระทำผิดตามข้อมูลด้านการข่าวที่ได้รับ ซึ่งสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็วกว่าการเดินทางทางเรือ อย่างไรก็ตามหากอยู่ในระหว่างสภาวะสงครามร่องน้ำที่เป็นของประเทศเพื่อนบ้าน ก็สามารถที่จะเดินเรือได้ ทำให้คุณลักษณะเรือที่สำคัญในการปฏิบัติงานที่แม่น้ำโขง คือ เรือจะต้องมีอัตรากินน้ำตื้น พอที่จะสามารถผ่านพื้นที่ร่องน้ำแคบ ๆ ได้
๓. ลักษณะของภัยคุกคาม (โกมินทร์ โกมุทานนท์ ๒๕๔๗, ๔๒ - ๔๓)
ก. ภัยคุกคามจากกองกำลังต่างชาติ
ภัยคุกคามจากกองกำลังต่างชาติตามแนวชายแดนด้านภาคเหนือ (ด้านประเทศพม่า) และด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ด้านประเทศลาว) เป็นภัยคุกคามที่เกิดจากกองกำลังของชนกลุ่มน้อย ที่พัฒนามาจากกลุ่มขัดแย้งภายในประเทศประเทศลาวและประเทศพม่า หรือกองกำลังในรูปแบบกองโจร ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การลักลอบสินค้าหนีภาษี และการก่อการร้าย เป็นต้น
ข. ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตามประมาณสถานการณ์ตามแผนการเฝ้าตรวจชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลำน้ำเป็นเส้นแบ่งแนวชายแดน ได้แก่ ชายแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวแม่น้ำโขง ชายแดนภาคเหนือตามแนวแม่น้ำโขง ชายแดนภาคตะวันตกตามแนวแม่น้ำกระบุรี และชายแดนภาคใต้ตามแนวแม่น้ำสายบุรีและคลองบุโบย เป็นพื้นที่ที่กลุ่มก่อการร้าย ทั้งภายในและภายนอกประเทศสามารถใช้ประโยชน์ในการแทรกซึมเข้ามาปฏิบัติการ
ค. ภัยคุกคามจากปัญหายาเสพติด
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยคุกคามของประเทศ ที่มาจากชายแดนทุกด้านของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขบวนการค้ายาเสพติดจะใช้ลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อจำหน่ายหรือส่งต่อไปยังประเทศที่สามต่อไป
ง. ภัยคุกคามจากการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ
๑) การหลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เป็นการหลบหนีเข้าเมืองของกลุ่มแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าประเทศไทย และอาศัยแนวชายแดนที่เป็นลำน้ำเป็นเส้นทางหลบหนีเข้าประเทศ
๒) การกระทำผิดกฎหมายตาม พรบ.ศุลกากร ได้มีการลักลอบการค้นสินค้าหนีภาษี ซึ่งเกิดขึ้นตามแนวชายแดน โดยเฉพาะตามลำน้ำที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนหรือเป็นเส้นทางต่อเนื่องกับเขตแดนที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลำเลียงได้ เช่น แม่น้ำโขง
๔. ลักษณะรูปแบบการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ตามลำแม่น้ำโขง (บันทึก กลน. ที่ กห๐๕๑๒.๑๓/๗๘ ลง ๑๗ ก.พ.๔๙)
ก. การพักยาเสพติดไว้บนเกาะ/ดอน ที่เป็นของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อต่อระยะ และเมื่อสบโอกาส จะทำการลำเลียงหรือส่งให้กับราษฎร์ไทยที่ทำการประมง นำเข้าสู่ประเทศไทย
ข. ใช้เรือประมงหรือเรือหางยาวแบบสองตอน ลักลอบเข้ามาบริเวณตลิ่ง เพื่อทำการส่งของขึ้นตามจุดนัดหมาย จากนั้นจะทำการโทรศัพท์แจ้งตำบลที่ที่ส่งขึ้นให้ผู้รับของฝั่งไทยทราบ เพื่อดำเนินการไปรับของ
ค. รับ-ส่งมอบยาเสพติดกันในลำน้ำ ด้วยการแฝงเป็นเรือประมงในพื้นที่
ง. มีการใช้เรือหาวยาวแบบสองตอน ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง และเมื่อสบโอกาสหรือถึงจุดนัดหมาย ก็จะขว้างยาเสพติดขึ้นบริเวณตลิ่ง
จ. นำเข้ายาเสพติดผ่านตามท่าข้ามประเพณี ในรูปแบบการซุกซ่อนต่าง ๆ
จากลักษณะของพื้นที่ปฏิบัติการ อันประกอบด้วย ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำโขง ลักษณะพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ลักษณะภัยคุกคามในพื้นที่ และรูปแบบต่าง ๆ ของการกระทำผิดกฎหมายหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ได้มีการดำเนินการใช้เรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดำเนินการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้น โดยได้พิจารณาถึงความเหมาะสม ของการใช้เรือตามการรูปแบบสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าของกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมาย แต่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ประสบปัญหาในการปฏิบัติงานสรุปได้ ๒ ประเด็น ได้แก่ ความเร็วเรือที่มีอยู่ มีความเร็วไม่พอเพียงต่อการสกัดกั้นและไล่จับกุมเรือกระทำผิดกฎหมาย อันส่งผลให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง พยายามมุ่งเน้นไปปฏิบัติงานบนตลิ่ง ด้วยการจัดชุดปฏิบัติการไปดักซุ่ม และความต่อเนื่องในการเฝ้าตรวจและตรวจสอบท่าข้ามประเพณี อันเนื่องมาจาก ระยะทางพื้นที่รับผิดชอบมาก และประสบปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับ ไม่พอเพียงต่อการปฏิบัติการ อันส่งผลกระทบให้ผู้กระทำผิดกฎหมาย ทราบถึงข้อจำกัดดังกล่าว จึงพยายามกระทำผิด ในห้วงเวลาที่ไม่มีเรือของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเข้ามาในพื้นที่ หรือในพื้นที่ที่เรือไม่สามารถลาดตระเวนได้ทั่วถึง

คุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำของกองทัพเรือในปัจจุบัน (วรพาท รัชตะสังข์ ๒๕๔๘, ๒๓)

รูปภาพที่ ๒.๑ เรือตรวจการณ์ลำน้ำ แบบ พี.บี.อาร์.
เรือตรวจการณ์ลำน้ำ แบบ พี.บี.อาร์. (River Patrol Boat : PBR.) เป็นเรือที่ใช้สำหรับลาดตระเวนคุ้มกันลำน้ำ สนับสนุนยิงฝั่ง เป็นเรือที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติการตามลำน้ำ โดยกองทัพเรือได้รับมอบจากกองทัพเรือสหรัฐ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ - ๒๕๒๒ รวม ๓๘ ลำ และกองทัพเรือได้นำแบบเรือดังกล่าวมาต่อใช้งานเพิ่มเติมอีก สำหรับคุณลักษณะของเรือมี ดังนี้
๑. วัตถุประสงค์ ใช้ลาดตระเวนในน้ำตื้น ลาดตระเวนติดอาวุธ ใช้ซุ่มโจมตีในทางรุก และใช้เป็นกำลังในการปิดกั้น
๒. ขนาดของเรือ
ก. ความยาว ๙.๖ เมตร กว้าง ๓.๕ เมตร สูงของเสากระโดง ๔.๓ เมตร
ข. ระวางขับน้ำเต็มที่ ๘ ตัน
ค. อัตรากินน้ำลึกสูงสุดหัวเรือ ๐.๕ เมตร ท้ายเรือ ๐.๖ เมตร
๓. โครงสร้างเรือ
ก. ตัวเรือสร้างด้วย ไฟเบอร์กลาส
ข. กงเรือทำจากไม้
ค. มีแผ่นเกราะหนา ๓/๘ นิ้ว บริเวณที่ห้องถือท้าย สามารถป้องกันกระสุนขนาด .๓๐ นิ้ว ที่ระยะ ๑๐๐ หลา
๔. ขีดความสามารถ
ก. ความเร็วเรือ
๑) รอบเครื่องยนต์ต่ำสุด ๗๐๐ รอบ/นาที ความเร็ว ๒ - ๓ นอต
๒) รอบเครื่องยนต์สูงสุด ๒,๘๐๐ รอบ/นาที ความเร็ว ๒๕ นอต
ข. คงทนต่อสภาพคลื่นลมที่ความสูงคลื่นขนาด ๓ – ๕ ฟุต
ค. รัศมีทำการ
๑) ความเร็วสูงสุด ๒๕ นอต รัศมีทำการ ๑๕๐ ไมล์ทะเล
๒) ความเร็วมัธยัสถ์ ๒๐ นอต รัศมีทำการ ๒๕๐ ไมล์ทะเล
ง. ปฏิบัติงานได้ในน้ำตื้น โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องพ่นน้ำ (Water Jet Pump) ไม่มีใบจักร และหางเสือ
จ. ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง
๑) ถังน้ำมัน ๒ ถัง อยู่ใต้พื้นห้องถือท้าย บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงรวม ๗๒๐ ลิตร
๒) ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล หรือ JP-๕
๓) ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ความเร็วสูงสุด ๑๐๐ ลิตร/ชั่วโมง ที่ความเร็วมัธยัสถ์ ๖๐ ลิตร/ ชั่วโมง
ช. กำลังพลประจำเรือ ๕ นาย
๕. ระบบอาวุธ
ก. อาวุธประจำเรือ
๑) ปืนกล ขนาด .๕๐ นิ้ว แท่นคู่ จำนวน ๑ กระบอก ระยะยิง ๖,๗๖๕ เมตร
๒) ปืนกล ขนาด .๕๐ นิ้ว แท่นเดี่ยว จำนวน ๑ กระบอก ระยะยิง ๖,๗๖๕ เมตร
๓) ปืนกล ขนาด ๗.๖๒ มิลลิเมตร แบบ M.๖๐ จำนวน ๒ กระบอก ระยะยิง ๓,๗๒๕ เมตร
๔) เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด ๖๐ มิลลิเมตร แบบ MK.๔ จำนวน ๑ กระบอก ระยะยิง ๑,๗๙๑ เมตร
๕) เครื่องยิงลูกระเบิดกล ขนาด ๔๐ มิลลิเมตร แบบ MK.๒๐ จำนวน ๑ กระบอก ระยะยิง ๓๖๐ เมตร
ข. อาวุธประจำกาย
๑) ปืนพก ขนาด ๑๑ มิลลิเมตร จำนวน ๑ กระบอก
๒) ปืนเล็กยาว ขนาด ๕.๕๖ มิลลิเมตร แบบ M๑๖ จำนวน ๕ กระบอก
๓) ปืนลูกซอง จำนวน ๑ กระบอก
๔) เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด ๔๐ มิลลิเมตร แบบM๒๐๓ จำนวน ๒ กระบอก
๖. เครื่องมือสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์
ก. เรดาร์พื้นน้ำแบบ RATHEON ๓๑๐๐
๑) ระยะตรวจจับเป้าใกล้สุด ๐.๑๒๕ ไมล์ทะเล
๒) ระยะตรวจจับเป้าไกลสุด ๓๒ ไมล์ทะเล
ข. เครื่องรับ – ส่งวิทยุ ย่านความถี่ VHF แบบ AN/ VRC – ๔๖ กำลังส่ง ๓ – ๓๕ วัตต์ จำนวน ๒ เครื่อง
๗. เครื่องยนต์
ก. เครื่องยนต์ดีเซล แบบ Detroit Diesel ๖V – ๕๓ ขนาด ๒๒๐ แรงม้า จำนวน ๒ เครื่อง กำลังรวม ๔๔๐ แรงม้า
ข. ใช้ขับเพลาเครื่องพ่นน้ำ แบบ ๑๔ YJ JACUZZI
ค. ความเร็วสูงสุด ๒,๘๐๐ รอบ/นาที
๘. อุปกรณ์ป้องกันความเสียหาย ขวดดับเพลิง CO2 ขนาด ๑๕ ปอนด์ จำนวน ๑ ขวด
๙. พวงชูชีพ จำนวน ๒ พวง

การเปรียบเทียบคุณลักษณะเบื้องต้นเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่มีประจำการ (บันทึก กลน.กร. ที่ กห ๐๕๑๒.๑๓/๓๐๙ ลง ๑๑ ก.ค.๔๘)

กองเรือลำน้ำ ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบคุณลักษณะเบื้องต้นของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่มีประจำการ ได้แก่ เรือ พี.บี.อาร์. เรือ SOC-R เรือ Combat Boat 90, H Class เรือ รน.๗๓ และเรือ RAC รายละเอียดคุณลักษณะเบื้องต้นตามผนวก ก. – ช. โดยได้พิจารณาด้านความเหมาะสมของเรือ Combat Boat 90 ของประเทศสวีเดน ตัวเรือมีเก๋งเป็นลักษณะเป็นระบบปิดทำให้เกิดข้อจำกัดในการปฏิบัติการ โดยเฉพาะการตรวจการณ์ในเวลากลางคืน และเป็นอุปสรรคในการใช้อาวุธต่อเป้าหมาย ส่วนเรือ รน.๗๓ ของตำรวจน้ำ ไม่ผ่านความเหมาะสม เนื่องจากตัวเรือมีเก๋งเป็นอุปสรรคเช่นกัน อีกทั้งตัวเรือยังไม่มีขีดความสามารถในการติดตั้งอาวุธหนัก เช่น ปก. .๕๐ นิ้ว และ ปก. ๗.๖๒ มม. จึงไม่สามารถตอบสนองภารกิจการสนับสนุนกำลังทางบกในการรักษาความมั่นคงและป้องกันประเทศได้ ส่วนเรือ RAC ของ นย.สหรัฐฯ แม้ว่าขนาดและรูปทรงตัวเรือ พบว่ามีขนาดใกล้เคียงกับเรือ พี.บี.อาร์. ที่กองทัพเรือใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่พื้นดาดฟ้าบริเวณหัวเรือมีลักษณะเอียงไม่เรียบ ประกอบกับรูปทรงหัวเรือมีลักษณะแหลมเป็นมุมแคบ ทำให้เรือ RAC ไม่ตอบสนองต่อภารกิจการรับ-ส่งกำลังรบขึ้นฝั่ง คงเหลือเพียงการเปรียบเทียบระหว่างเรือ พี.บี.อาร์. และเรือ SOC-R สรุปได้ ดังนี้
๑. คุณสมบัติของตัวเรือ เรือ SOC-R ทำด้วยอลูมิเนียมอัลลอยด์ มีความแข็งแรงทนทานกว่าตัวเรือ พี.บี.อาร์. ที่ทำจากไฟเบอร์กลาส เนื่องจากอลูมิเนียมอัลลอยด์มีความแข็งแรงกว่าไฟเบอร์กลาส ประมาณ ๔ เท่า อีกทั้งไฟเบอร์กลาสเมื่อใช้งานและจอดตากแดดเป็นเวลานานจะทำให้ไฟเบอร์กลาสกรอบและแตกหักง่าย ทำให้ตัวเรืออุ้มน้ำ ทำให้ความเร็วเรือลดลง อย่างไรก็ตามตัวเรือที่ทำจากไฟเบอร์กลาสซ่อมบำรุงได้ง่ายและใช้งบประมาณในการซ่อมทำต่ำกว่าตัวเรือที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์
๒. ความเงียบของเครื่องยนต์ เรือ SOC-R มีเครื่องยนต์ที่ได้รับการติดตั้งภายในห้องเครื่องที่ออกแบบโดยการบุผนังด้วยวัสดุเก็บเสียง ทำให้เกิดความเงียบ ขณะที่เรือ พี.บี.อาร์. มีปัญหาในเรื่องเสียงดังของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นการเปิดเผยตนเอง ทำให้ถูกตรวจพบได้ง่าย และเกิดผลเสียทางยุทธวิธี
๓. อำนาจการยิง เมื่อพิจารณาจากการเลือกติดตั้งอาวุธชนิดต่าง ๆ ที่มีอัตรายิงสูงสุดแล้ว พบว่าอัตราการยิงของเรือ SOC-R สูงกว่าเรือ พี.บี.อาร์. นอกจากนี้ จุดที่ติดตั้งอาวุธของเรือ SOC-R ได้ถูกออกแบบให้อำนาจการยิงรอบตัวเรือ และมีห้ามหันและห้ามกระดก ส่วนเรือ พี.บี.อาร์. นั้น มุมหันปืนทุกกระบอกยังมีอำนาจการยิงไม่ครอบคลุมรัศมี ๓๖๐ องศา และไม่มีห้ามหันห้ามกระดก ทำให้อาจเกิดอันตรายต่อกำลังพลขณะทำการยิง
๔. ความเร็วเรือ เรือ พี.บี.อาร์. มีความเร็วเรือเพียง ๒๕ นอต ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติการ เนื่องจากข้อมูลของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงรายงานว่าผู้กระทำผิดกฎหมายในแม่น้ำโขงบางพื้นที่ใช้เรือที่มีความเร็วมากกว่า ๓๐ นอต ขึ้นไป ส่วนเรือ SOC-R สามารถทำความเร็วได้ถึง ๔๐ นอต ซึ่งเป็นความเร็วที่ตอบสนองต่อภารกิจได้เป็นอย่างดี และทำให้พื้นที่ตรวจการณ์ด้วยเรดาร์ของเรือ SOC-R มีพื้นที่ครอบคลุมได้มากกว่าเรือ พี.บี.อาร์. ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์
๕. ความคล่องตัว เรือ SOC-R สามารถหมุนกลับลำได้ ๓๖๐ องศา ในลำน้ำที่แคบขนาด ๔๐ ฟุต ได้โดยการหันเพียงครั้งเดียว อีกทั้งการหันเรือในรูปแบบต่าง ๆ ของเรือ SOC-R ใช้เวลาสั้นกว่าเรือ พี.บี.อาร์.
๖. ความคุ้มค่า เรือ SOC-R มีราคาประมาณ ๑๙ ล้านบาท ขณะที่เรือ พี.บี.อาร์. ราคาลำละ ๑๒ ล้านบาท แม้ว่าเรือ SOC-R จะมีราคาสูงกว่าลำละประมาณ ๗ ล้านบาท แต่ว่าเรือ SOC-R มีขีดความสามารถสูงกว่าเรือ พี.บี.อาร์. และสามารถสนองตอบต่อภารกิจต่าง ๆ ของกองเรือลำน้ำได้เป็นอย่างดี จึงมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนด้านจัดหา (Initial Cost) และเมื่อพิจารณาถึงความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ปรากฏว่าเรือ SOC-R ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่าเรือ พี.บี.อาร์. จำนวน ๑๐ ลิตร/ชม. เมื่อใช้ความเร็วสูงสุด ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการซ่อมทำตามวงรอบระดับ พ.๖ (Overhaul) ที่ ๘,๐๐๐ ชั่วโมง หรือ ๑๒ ปี ณ ความเร็วมัธยัสถ์ พบว่าเรือ SOC-R มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเรือ พี.บี.อาร์. ประมาณ ๑,๑๙๔,๓๙๔.-บาท จึงสรุปได้ว่าค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ (Operation Cost) ของเรือ SOC-R มีความคุ้มค่ากว่า ในส่วนค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง (Maintenance Cost) เนื่องจากเครื่องยนต์ของเรือทั้งสองแบบ เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขับเคลื่อนเครื่องพ่นน้ำเหมือนกัน วงรอบการซ่อมบำรุงและราคาอะไหล่ใกล้เคียงกัน ซึ่งช่างเทคนิคของกองทัพเรือ สามารถดำเนินการซ่อมทำเครื่องยนต์ทั้งสองแบบได้เอง ดังนั้น ความคุ้มค่าด้านการซ่อมบำรุงของเรือทั้งสองประเภท จึงไม่แตกต่างกัน

ภารกิจกองเรือลำน้ำ (คำสั่ง ทร. (เฉพาะ) ที่ ๑๑๑/๒๕๓๕ ลง ๑๕ มิ.ย.๒๕๓๕)

กองเรือลำน้ำ มีหน้าที่จัด และเตรียมกำลังสำหรับปฏิบัติการตามลำน้ำอาณาเขต และลำน้ำในประเทศ โดยมีขอบเขตรับผิดชอบ และหน้าที่สำคัญ คือ
๑. ป้องกัน ขัดขวาง ทำลายการแทรกซึม และดำเนินการที่กระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศตามลำน้ำในอาณาเขต
๒. ควบคุมลำน้ำอื่น ๆ ภายในประเทศ
๓. สนับสนุนกำลังทางบก ซึ่งปฏิบัติการบริเวณติดต่อกับลำน้ำ
๔. ให้การบริการด้านการลำเลียงขนส่ง ทั้งทางบกและทางน้ำแก่หน่วยต่าง ๆ ในกองเรือยุทธการ
๕. ดำเนินการซ่อมบำรุงเรือ รถ และอุปกรณ์ของกองเรือลำน้ำในระดับที่ต่ำกว่าการซ่อมใหญ่
๖. รักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยต่าง ๆ ของกองเรือลำน้ำ
๗. ดำเนินการฝึกและเตรียมกำลังพล เพื่อส่งไปผลัดเปลี่ยนกำลังพลที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงซึ่งครบกำหนดในเดือนตุลาคมของทุกปี โดยจะทำการฝึกกำลังพลผลัดเปลี่ยนปีละ ๑ ครั้ง

ภารกิจหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (บันทึก ยก.ทร. ที่ กห ๐๕๐๕/๑๓๓ ลง ๒๐ ก.ย.๔๗ )

ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ ตามหลักมนุษยธรรมในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง รวมทั้งสนับสนุนกำลังทางบกในการรักษาความมั่นคงและป้องกันประเทศ

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

๑. น.อ.วรพาท รัชตะสังข์ ร.น. (๒๕๔๙, ๘๗ - ๘๙) ได้ทำภาคนิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรเพื่อความมั่นคง มหาวิทยาลัยบูรพา เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการด้านความมั่นคงตามลำแม่น้ำโขงในทศวรรษหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของเรือ ที่ใช้ในการปฏิบัติการตามลำน้ำของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เพื่อตอบสนองภารกิจในการป้องกันประเทศ การรักษากฎหมายตามลำน้ำ และการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งศึกษาการจัดกำลังทางเรือของสถานีเรือต่างๆ เพื่อตอบสนองภารกิจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ และใช้วิธีวิทยาของการสร้างองค์ความรู้ที่มาจากทฤษฎีฐานราก รวมทั้งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร และข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์แบบการสนทนากลุ่ม (Fast Group) ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นกำลังพลระดับผู้ปฏิบัติของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง โดยนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์มาสร้างมโนทัศน์ และหาความเชื่อมโยงระหว่างมโนทัศน์ต่างๆ ให้ได้ข้อสรุปเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับคุณลักษณะเบื้องต้นของเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการตามลำน้ำ สำหรับปฏิบัติภารกิจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงในปัจจุบัน เพื่อจะนำไปสู่การจัดกำลังทางเรือในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาความมั่นคงตามลำแม่น้ำโขง
ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะของเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการตามลำน้ำของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ควรมีคุณลักษณะต่างๆ ใกล้เคียงกับเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่ใช้ในปัจจุบัน โดยมีระวางขับน้ำประมาณ ๕ – ๘ ตัน อัตรากินน้ำลึกไม่เกิน ๐.๗ เมตร ตัวเรือสร้างด้วยวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์ ทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า ๔๐ นอต รัศมีทำการสูงสุดไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ ไมล์ทะเล ระบบอาวุธควรเป็นประเภทต่างๆ ตามที่กำหนดไว้เดิม โดยเปลี่ยนจากปืนเล็กยาวเป็นปืนเล็กกล นอกจากนี้ควรมีเครื่องมือสื่อสารที่ครอบคลุมทุกย่านความถี่ที่ใช้งาน และมีอุปกรณ์เรดาร์ กล้องตรวจการณ์กลางคืน รวมทั้งเครื่องหาตำบลที่ด้วยดาวเทียมแบบ GPS สำหรับการจัดกำลังทางเรือเพื่อรักษาความมั่นคงตามลำแม่น้ำโขง ควรมีจำนวนเรือตามคุณลักษณะเบื้องต้นที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้อย่างน้อย ๓๒ ลำ วางกำลังตามลำแม่น้ำโขง และเรือจู่โจมลำน้ำยังมีความจำเป็นต้องใช้ในบางพื้นที่
๒. พ.อ.ไพรัช โพธิ์อุบล (๒๕๔๙ : บทคัดย่อ) ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของนายทหารประทวน สังกัดกองบินถ่ายภาพทางอากาศ กรมแผนที่ทหาร พบว่าระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของนายทหารชั้นประทวนสังกัดกองถ่ายภาพทางอากาศ กรมแผนที่ทหารในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระดับคุณภาพชีวิตการทำงานด้านความก้าวหน้าในการทำงานอยู่ในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าด้านอื่น ๆ รองลงมาคือด้านธรรมนูญในองค์กร ด้านความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น ด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถ ด้านความสมดุลระหว่างชีวิตกับชีวิตอื่นและด้านค่าตอบแทนที่เหมาะสม ตามลำดับ และพบว่านายทหารชั้นประทวนที่มีความคิดเห็นต่อลักษณะงานแตกต่างกัน จะมีคุณภาพชีวิตการทำงานแตกต่างกัน (P < .๐๕) นายทหารชั้นประทวนที่มีความคิดเห็นต่อการปกครองบังคับบัญชาแตกต่างกัน จะมีคุณภาพชีวิตการทำงานแตกต่างกัน (P < .๐๕) และนายทหารชั้นประทวนที่มีความคิดเห็นต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานแตกต่างกัน จะมีคุณภาพชีวิตการทำงานแตกต่างกัน (P < .๐๕)
๓. พล.ร.ต.โกมินทร์ โกมุทานนท์ ร.น. (๒๕๔๗, ๔๙) ได้ทำสรุปผลการวิจัยเรื่อง การรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วยการปฏิบัติการตามลำน้ำ ว่าการพัฒนาแบบของเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการตามลำน้ำให้มีความเหมาะสมต่อการปฏิบัติตามภารกิจ ตามสถานการณ์ของสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ เช่น คุณลักษณะของเรือต้องเหมาะสมกับลำน้ำในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ อาวุธประจำเรือ ควรมีเพียงพอที่จะปฏิบัติภารกิจตามภัยคุกคามและมีที่จัดเก็บที่เหมาะสมกับความพร้อมใช้ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการแสดงกำลังที่อาจเกิดความเข้าใจผิดจากประเทศเพื่อนบ้าน อุปกรณ์ตรวจจับ เช่น เรดาร์ควรมีคุณลักษณะที่เหมาะสม เช่น มีสมรรถนะสามารถตรวจจับเรือไม้และเรือที่มีขนาดเล็กได้ดี เป็นต้น
๔. น.ท.วีรุดม ม่วงจีน ร.น. (๒๕๔๖, ๕๓) ได้ทำการวิจัยเรื่อง บทบาทและการจัดกำลังของหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง ในทศวรรษหน้า (พ.ศ.๒๕๔๖ – ๒๕๕๔) มีข้อเสนอแนะว่ายุทโธปกรณ์ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อยู่ในสภาวะทรุดโทรม โดยเฉพาะเรือ รตล. ซึ่งใช้งานมาเป็นเวลานาน ทั้งนี้ เมื่อสถานะงบประมาณของกองทัพเรือ อยู่ในสภาวะที่ดีขึ้น ควรที่จะจัดหาทดแทน โดยอาจเป็นเรือประเภทลาดตระเวนเบา (PBL) หรือเรือที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงเรือ รตล. เดิม และในขณะที่เรือ รตล. ยังไม่ได้รับจัดหาทดแทน อาจเพิ่มเติมการจัดเรือจู่โจมลำน้ำ (จลต.)
๕. น.อ.เดชา ดาวแก้ว (๒๕๔๖ : บทคัดย่อ) ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการ กรมส่งกำลังบำรุงทหาร พบว่า ข้าราชการกรมส่งกำลังบำรุงทหารทั้งนายทหารชายและหญิง ที่มีอายุ ระดับการศึกษา ชั้นยศ ที่ต่างกัน มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะงานสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน เงินเดือนและสวัสดิการ และความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชาไม่แตกต่างกัน การศึกษาวิจัยนี้ พบว่า ข้าราชการที่มีอายุราชการแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นด้วยเกี่ยวกับความก้าวหน้าในหน้าที่แตกต่างกัน
๖. บรรพต สินเจริญ (๒๕๔๗ : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของการนำนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามตัวแปรต่าง ๆ ได้แก่ เพศ อายุ ตำแหน่ง ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ระดับการศึกษา และรายได้ต่อเดือน ในพื้นที่อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า การนำนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดไปปฏิบัติของคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่มีความแตกต่างกันตาม เพศ และรายได้ต่อเดือน แต่แตกต่างกันตาม อายุ การดำรงตำแหน่ง ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และระดับการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕
๗. วัลลภา เฉลิมวงศาเวช (๒๕๔๐ : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาความคิดเห็น ความพึงพอใจ และพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พบว่า ระยะเวลาในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ของกลุ่มประชากรที่แตกต่างกัน ไม่ส่งผลต่อความคิดเห็นต่อ การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการติดต่อสื่อสารแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕
๘. สมคะเน ค้ำจุน (๒๕๒๘ : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาปัญหา และความคิดเห็นของนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่มีต่อการสอนเสริมในกรุงเทพมหานคร พบว่า นักศึกษา ที่มีอายุ และสถานภาพการทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นด้านการเรียนการสอน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ นักศึกษาที่มีสถานภาพสมรสต่างกันมีความคิดเห็นด้านการเรียนการสอนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนนักศึกษาที่มีพื้นความรู้เดิมแตกต่างกัน มีความคิดเห็นด้านการเรียนการสอนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

บทที่ ๑ บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบจัดและเตรียมกำลังปฏิบัติการตามแม่น้ำในประเทศและลำน้ำอาณาเขต ซึ่งการปฏิบัติการตามลำน้ำเป็นการปฏิบัติการทางทหารสาขาหนึ่งในความรับผิดชอบของกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การป้องกันประเทศและการรักษาผลประโยชน์ของชาติตามลำน้ำที่เป็นแนวชายแดน เช่น แม่น้ำโขง กองเรือลำน้ำ มีหน้าที่จัดส่งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ไปสนับสนุนการปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง (นปข.) จากลักษณะของปัญหาความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ปัญหาความมั่นคงใหม่ ทำให้กองทัพเรือได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๓ ในฐานะเป็นหน่วยงานต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ โดยอยู่ในความควบคุมบังคับบัญชาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีพื้นที่รับผิดชอบตามลำแม่น้ำโขงตั้งแต่จังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ ๙๑๗ กิโลเมตร โดยได้เปลี่ยนชื่อจากหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง เป็น หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) และได้ปรับเปลี่ยนภารกิจโดยมุ่งเน้น การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครอง และช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๗
เรือตรวจการณ์ลำน้ำ พี.บี.อาร์. (River Patrol Boat : PBR.) ถือได้เป็นยุทโธปกรณ์หลักในการปฏิบัติการตามลำน้ำ สังกัดอยู่กับกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ส่วนมากจะถูกจัดส่งไปปฏิบัติราชการที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และอีกจำนวนหนึ่งใช้ปฏิบัติราชการที่กองเรือลำน้ำ เรือส่วนใหญ่เป็นเรือที่ได้รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากกองทัพเรือสหรัฐ ฯ โดยเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๓ ปัจจุบันมีขีดความสามารถต่ำ อันเนื่องมาจากตัวเรือเสื่อมสภาพ ทำความเร็วไม่ได้ตามเกณฑ์ ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบ กล่าวคือ ไม่สามารถไล่ตามจับกุมเรือที่กระทำผิดกฎหมายได้ทัน เนื่องจากผู้กระทำผิดได้เริ่มนำเรือเร็วแบบสองตอน ที่มีความเร็วสูงนำมาใช้ในการปฏิบัติการกระทำผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะในพื้นที่ปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขงทางภาคเหนือ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวมีแผนที่จะปลดระวางประจำการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓ และ กองเรือลำน้ำ ได้เสนอความต้องการเรือในการทดแทนตามโครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติโครงการไว้แล้ว แต่ประสบปัญหาด้านงบประมาณอันเนื่องมาจากสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ.๒๕๔๐ จึงยังมีความจำเป็นต้องใช้งานอยู่ต่อไป อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาทบทวนความต้องการจัดหาและซ่อมแซมยุทโธปกรณ์ในภาพรวม (Package) ตามนโยบายของรัฐบาล ฯ พณ ฯ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ กองทัพเรือจึงได้บรรจุโครงการจัดหาทดแทนเรือตรวจการณ์ลำน้ำไว้ในโครงการดังกล่าวด้วย ดังนั้น เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และเพื่อความพร้อมของกองเรือลำน้ำที่จะเผชิญกับปัญหาความมั่นคงใหม่ กองทัพเรือ จึงควรมีการศึกษาคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมในการปฏิบัติภารกิจ ทดแทนเรือตรวจการณ์ลำน้ำแบบ พี.บี.อาร์. เดิมที่มีอยู่ เนื่องจากมีระยะเวลาการใช้งานมานานเกือบ ๓๐ ปี
การศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาต่อจากการวิจัยของนาวาเอก วรพาท รัชตะสังข์ ที่ได้ทำการศึกษาในภาคนิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรเพื่อความมั่นคง มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ.๒๕๔๘ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการด้านความมั่นคงตามลำแม่น้ำโขงในทศวรรษหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการตามลำน้ำของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เพื่อตอบสนองภารกิจในการป้องกันประเทศ การรักษากฎหมายตามลำน้ำ และการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งศึกษาการจัดกำลังทางเรือของสถานีเรือต่าง ๆ เพื่อตอบสนองภารกิจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ และใช้วิธีวิทยาของการสร้างองค์ความรู้ที่มาจากทฤษฎีฐานราก จากการสัมภาษณ์แบบการสนทนากลุ่ม (Fast Group) ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นกำลังพลระดับผู้ปฏิบัติของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ได้สรุปเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับคุณลักษณะเบื้องต้นของเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการตามลำน้ำ สำหรับปฏิบัติภารกิจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงในปัจจุบัน ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาต้องการนำทฤษฏีฐานรากที่ได้จากการวิจัยของนาวาเอก วรพาท ฯ มาดำเนินการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อนำไปสู่การยอมรับในทฤษฏีหรือองค์ความรู้ใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อไป รวมทั้ง ผู้ศึกษาต้องการรู้ว่ามีปัจจัยส่วนบุคคลของกำลังพลกองเรือลำน้ำด้านใดบ้าง ที่จะมีผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ

นิยามปัญหา

เพื่อให้ได้คุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำ ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจของกองเรือลำน้ำ และสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงให้บรรลุตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายใหม่นั้น จึงควรมีการศึกษาความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรือต่อข้อมูลคุณลักษณะเบื้องต้น (Staff Target) ของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำ เพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมการจัดหาเรือทราบ และนำไปเป็นแนวทางในการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะของเรือในรายละเอียด (Staff Requirement) ตามขั้นตอนการจัดหาเรือต่อไป ซึ่งในการกำหนดคุณลักษณะเบื้องต้นของเรือ จะต้องศึกษาข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเรือตรวจการณ์ลำน้ำโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุด

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

๑. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำ ต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจของกองเรือลำน้ำ
๒. เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ที่มีผลต่อระดับความคิดเห็นของคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจของกองเรือลำน้ำ
๓. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำ เกี่ยวกับคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจของกองเรือลำน้ำ

สมมติฐานการวิจัย

๑. กำลังพลกองเรือลำน้ำมี ความเห็นด้วยต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำ ในระดับร้อยละ ๙๐ ขึ้นไป
๒. ปัจจัยส่วนบุคคลของกำลังพลกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน
ก. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีระดับชั้นยศแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน
ข. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอายุรับราชการแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน
ค. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีระยะเวลาที่ปฏิบัติงานที่กองเรือลำน้ำแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน
ง. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีระยะเวลาที่เคยทำงานที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน
จ. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีลักษณะงานแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำที่แตกต่างกัน

ข้อตกลงเบื้องต้นและขอบเขตของการวิจัย

๑. ข้อตกลงเบื้องต้น
ก. ในการทำศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาต่อจากการวิจัยของนาวาเอก วรพาท รัชตะสังข์ ที่ได้ทำการศึกษาในภาคนิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรเพื่อความมั่นคง มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ.๒๕๔๘ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการด้านความมั่นคงตามลำแม่น้ำโขงในทศวรรษหน้า ด้วยการสร้างแบบสอบถามขึ้นจากคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมจากภาคนิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต ซึ่งแยกคุณลักษณะของเรือออกเป็น ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านตัวเรือ ด้านสมรรถนะของเรือ ด้านอาวุธ และด้านเครื่องมือสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์
ข. เนื่องจากกำลังพลของกองเรือลำน้ำ ประกอบด้วยกำลังพลจาก ๑ กองบังคับการ และกำลังพลจาก ๓ หมวดเรือ ในการศึกษาครั้งนี้ มีความต้องการที่ศึกษาความคิดเห็นของกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับเรืออย่างแท้จริง จึงไม่ศึกษากำลังพลของกองบังคับการ ที่มีจำนวนน้อยและไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องแท้จริงกับเรือ แต่มีหน้าที่ในด้านงานธุรการและสนับสนุนอื่น ๆ ของกองเรือลำน้ำเท่านั้น ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้ จึงกำหนดกลุ่มประชากรในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ กำลังพลที่มาจาก ๓ หมวดเรือเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นกำลังพลส่วนใหญ่ของกองเรือลำน้ำ และเกี่ยวข้องปฏิบัติงานอยู่กับเรืออย่างแท้จริง
๒. ขอบเขตการวิจัย
ก. ขอบเขตด้านเวลา ระหว่างเดือน ธันวาคม ๒๕๔๙ - พฤษภาคม ๒๕๕๐
ข. ขอบเขตด้านประชากร เนื่องจากโครงสร้างการจัดหน่วยของกองเรือลำน้ำ ประกอบด้วย ๑ กองบัญชาการ และ ๓ หมวดเรือ ในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุด จึงต้องศึกษาความคิดเห็นของผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเรือจริง ซึ่งหมายถึงกำลังพลที่อยู่ในหมวดเรือเท่านั้น ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงได้พิจารณาเลือกกำลังพลหมวดเรือที่ ๓ กองเรือลำน้ำทั้งหมด มาเป็นประชากรกลุ่มตัวอย่าง
ค. ขอบเขตด้านเนื้อหา การศึกษาความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำ ที่มีต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจของกองเรือลำน้ำ จะศึกษาเฉพาะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่จะนำมาใช้ทดแทนเรือตรวจการณ์ลำน้ำแบบเดิม (พี.บี.อาร์.) และจะทำการศึกษาเฉพาะใช้ในพื้นที่ปฏิบัติการในลำแม่น้ำโขง เนื่องจากเรือตรวจการณ์ลำน้ำส่วนใหญ่จะถูกจัดส่งไปสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเป็นหลัก

ความจำกัดของการวิจัย

๑. การศึกษาความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจของกองเรือลำน้ำในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้เลือกกลุ่มตัวอย่างเป็น กำลังพลหมวดเรือที่ ๓ กองเรือลำน้ำ เนื่องจากเป็นกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับเรือโดยตรง ทั้งนี้ ยังมีกลุ่มตัวอย่างอีกกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรือเช่นกัน ได้แก่ กำลังพลหมวดเรือที่ ๑ และ กำลังพลหมวดเรือที่ ๒ กองเรือลำน้ำ แต่กำลังพลดังกล่าว จะถูกจัดส่งไปปฏิบัติราชการที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง แต่เนื่องจากคุณลักษณะของกำลังพลทั้ง ๓ หมวดเรือมีความเหมือนกัน อีกทั้งมีข้อจำกัดในการเก็บข้อมูลของกำลังพลหมวดเรือที่ ๑ และหมวดเรือที่ ๒ ที่ไปปฏิบัติราชการที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ที่มีที่ตั้งสถานีเรือกระจายอยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามลำแม่น้ำโขง ผู้ศึกษา จึงพิจารณาเลือกกลุ่มตัวอย่างเฉพาะกำลังพลหมวดเรือที่ ๓ กองเรือลำน้ำ ในการศึกษาครั้งนี้
๒. เนื่องจากภารกิจของกองเรือลำน้ำ ได้แก่ การจัดและเตรียมกำลังปฏิบัติการตามแม่น้ำในประเทศและลำน้ำอาณาเขต ดังนั้น พื้นที่ปฏิบัติการจึงเป็นแม่น้ำต่าง ๆ ทั้งในประเทศและลำน้ำอาณาเขต ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ผู้ศึกษา ได้พิจาณาแล้วว่า เรือตรวจการณ์ลำน้ำของกองเรือลำน้ำ มีแนวโน้มในการที่จะใช้ปฏิบัติงานในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำโขงเป็นหลัก ประกอบกับภารกิจสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ซึ่งมีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ที่แม่น้ำโขง ผู้ศึกษา จึงขอศึกษาเฉพาะพื้นที่ปฏิบัติการในแม่น้ำโขง ซึ่งมีความลักษณะทางสุมทรศาสตร์ที่สลับซับซ้อนมากกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำอื่น ๆ ดังนั้น หากเรือตรวจการณ์ลำน้ำดังกล่าว มีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมในแม่น้ำโขงแล้ว ผู้ศึกษา มีความเชื่อว่าน่าจะเหมาะสมในการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมแม่น้ำอื่น ๆ ได้เช่นกัน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

๑. เพื่อนำข้อมูลการศึกษาวิจัยไปใช้ในการวางแผนจัดหาเรือ โดยใช้ประกอบการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะของเรือเบื้องต้น (Staff Target) ก่อนนำไปจัดทำคุณลักษณะของเรือในรายละเอียด (Staff Requirement) ตามขั้นตอนการจัดหาเรือต่อไป
๒. เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเรือของกองทัพเรือ ในการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนการจัดหาเรือ

นิยามศัพท์

ความคิดเห็น หมายถึง ความรู้สึกนึกคิดของบุคคลที่แสดงออกมาในรูปแบบการตัดสินใจ และความเชื่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อให้ผู้อื่นสามารถที่จะรับรู้ ตลอดจนสามารถที่จะประเมินค่าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
กองเรือลำน้ำ หมายถึง กองเรือตามประเภทของกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ มีหน้าที่จัดและเตรียมกำลังสำหรับปฏิบัติการตามลำน้ำอาณาเขตและลำน้ำในประเทศ แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๑ กองบัญชาการกองเรือลำน้ำ และ ๓ หมวดเรือ
เรือตรวจการณ์ลำน้ำ หมายถึง เรือรบประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับการปฏิบัติการตามลำน้ำ
คุณลักษณะของเรือ หมายถึง คุณสมบัติหรือลักษณะที่สามารถวัดได้ของเรือ อาทิ เช่น ตัวเรือ สมรรถนะของเรือ อาวุธ และเครื่องมือสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
คุณลักษณะด้านตัวเรือ หมายถึง คุณสมบัติหรือลักษณะที่สามารถวัดได้ด้านตัวเรือ ได้แก่ ขนาดของเรือ อัตรากินน้ำลึก และวัสดุที่ใช้สร้างตัวเรือ
คุณลักษณะด้านสมรรถนะของเรือ หมายถึง คุณสมบัติหรือขีดความสามารถที่วัดได้ของเรือ ได้แก่ ความเร็ว และรัศมีปฏิบัติการ
คุณลักษณะด้านอาวุธ หมายถึง คุณสมบัติหรือลักษณะที่สามารถวัดได้ด้านระบบอาวุธ สามารถแยกออกเป็น อาวุธประจำเรือ และอาวุธประจำกายของกำลังพล
คุณลักษณะด้านสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง คุณสมบัติหรือขีดความสามารถด้านเครื่องมือสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ย่านการสื่อสารที่ควรมี ระบบตรวจการณ์ ระบบเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ ตลอดจนระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
การปฏิบัติการตามลำน้ำ หมายถึง การรวมกำลังและใช้เรือ เครื่องบิน และอาวุธประเภทต่าง ๆ รวมทั้งกำลังนาวิกโยธินและหน่วยสงครามพิเศษทางเรือที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้มา และ/หรือคงไว้ซึ่งการควบคุมพื้นที่ตามลำน้ำ หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกใช้เส้นทางน้ำ ซึ่งปฏิบัติการนี้จะรวมถึงการปฏิบัติที่ได้ดำเนิน หรือเป็นการปฏิบัติที่เริ่มจากทางน้ำแล้วขยายออกไป
ระวางขับน้ำ หมายถึง น้ำหนักของเรือ เป็นน้ำหนักเรือเปล่า รวมตัวเรือ เครื่องจักรกล เครื่องประกอบ เครื่องมือ อุปกรณ์ คำนวณได้จากน้ำหนักของน้ำที่ถูกแทนที่โดยเรือ เมื่อเรืออยู่ในน้ำ
อัตรากินน้ำลึก หมายถึง ความลึกของเรือใต้เส้นแนวน้ำ วัดในทางดิ่งกับแนวกระดูกงู
ความเหมาะสม หมายถึง ความสามารถในการบรรลุตามภารกิจที่มอบหมายได้

เอกสารวิจัย เรื่อง ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ

บทที่ ๑ บทนำ
บทที่ ๒ แนวคิด ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
บทที่ ๓ วิธีดำเนินการวิจัย
บทที่ ๔ ข้อมูลและการวิเคราะห์
บทที่ ๕ สรุปและข้อเสนอแนะ

ABSTRACT : The Opinion of Riverine Squadron Personnel on the Suitable Task of Riverine Patrol Boat Characteristics.

By : Captain Suwat Donsakul
Major Field : Military Science
Research Advisor : Colonel Sopon Siringam
The Objectives for the study were to study an opinion level of Riverine Squadron; to study the personal’s factors affecting opinion level; and to know the comments of the suitable task of riverine patrol boat characteristics such as hull characteristics, capability characteristics, weapon characteristics besides communication, and electronics tools characteristics.
Result of the study can be use in boat planning procure process. The suitable task of riverine patrol boat characteristics can be use for making a boat specifications at the beginning, Staff Target, before making the detials of a boat, Staff Requirement.
Data were collected from two hundred stuffs of the Third Riverine Division personnel. Questionnaire was used for data collecting. Percentage, mean, standard diviation, and t-Test were used for data analysed. The results to found that
1. The opinion of Riverine Squadron personnel on the suitable task of riverine patrol boat characteristics was in the agree level. The highest agree opinion was the weapon of personnel forces should change from tiny long gun to tiny trick gun and the lowest agree opinion was machine gun, .50 inches sizes, should use single platform instead of pair platform. The opinion of riverine squadron personnel agrees on the suitable task of riverine patrol boat characteristics was more than 90 percentages. The hypothesis was accepted. 2. The personal’s factors affecting the opinion level were rank, serving time in Navy, and job characteristics. While serving time in Riverine Squadron, and serving time at Mekong Riverine Unit were not affecting the opinion.

บทคัดย่อ : ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ

โดย นาวาเอกสุวัจ ดอนสกุล นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร รุ่นที่ ๔๘
สาขาวิชา : การทหาร
อาจารย์ที่ปรึกษา : พันเอก โสภณ ศิริงาม

การศึกษาเรื่อง “ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อระดับความคิดเห็น และรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจด้านต่าง ๆ อาทิ เช่น ด้านตัวเรือ ด้านสมรรถนะของเรือ ด้านอาวุธ และด้านเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ประกอบการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะของเรือเบื้องต้น (Staff Target) ก่อนนำไปจัดทำคุณลักษณะของเรือในรายละเอียด (Staff Requirement) ตามขั้นตอนการจัดหาเรือต่อไป
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ กำลังพลหมวดเรือที่ ๓ กองเรือลำน้ำ จำนวน ๒๐๐ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาใช้แบบสอบถาม และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-Test ผลการศึกษาพบว่า
๑. ระดับความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจทุกข้ออยู่ในระดับเห็นด้วย เมื่อพิจารณาระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือในรายข้อ พบว่า ข้อที่มีระดับเห็นด้วยมากที่สุด คือ อาวุธประจำกายของกำลังพลประจำเรือ ควรเปลี่ยนจากปืนเล็กยาวเป็นปืนเล็กกล ส่วนข้อที่มีระดับเห็นด้วยต่ำสุด คือ ปืนกล ขนาด .๕๐ นิ้ว ที่เหมาะสมที่จะติดตั้งในเรือ ควรใช้แท่นเดี่ยวมากกว่าแท่นคู่ ทั้งนี้ ผู้ศึกษาได้กำหนดสมมุติฐานไว้ว่า กำลังพลกองเรือลำน้ำ เห็นด้วยต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำ ในระดับร้อยละ ๙๐ ขึ้นไป ซึ่งผลการทดสอบสมมุติฐาน ปรากฏว่า ยอมรับสมมุติฐาน
๒. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อระดับความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำ พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อระดับความคิดเห็น ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านระดับชั้นยศ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุรับราชการ และปัจจัยส่วนบุคคลด้านลักษณะงานที่ทำ ส่วนปัจจัยส่วนบุคคลที่ไม่มีผลต่อระดับความคิดเห็น ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในกองเรือลำน้ำ และปัจจัยส่วนบุคคลด้านระยะเวลาที่เคยไปปฏิบัติงานที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง

Friday, June 01, 2007

ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำ
ที่เหมาะสมกับภารกิจ

โดย : นาวาเอก สุวัจ ดอนสกุล

สาขาวิชา : การทหาร

อาจารย์ที่ปรึกษาเอกสารวิจัย : พันเอก
( โสภณ ศิริงาม )
พฤษภาคม ๒๕๕๐
การศึกษาเรื่อง “ความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจ ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อระดับความคิดเห็น และรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจด้านต่าง ๆ อาทิ เช่น ด้านตัวเรือ ด้านสมรรถนะของเรือ ด้านอาวุธ และด้านเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ประกอบการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะของเรือเบื้องต้น (Staff Target) ก่อนนำไปจัดทำคุณลักษณะของเรือในรายละเอียด (Staff Requirement) ตามขั้นตอนการจัดหาเรือต่อไป
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ กำลังพลหมวดเรือที่ ๓ กองเรือลำน้ำ จำนวน ๒๐๐ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาใช้แบบสอบถาม และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-Test ผลการศึกษาพบว่า
๑. ระดับความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำต่อคุณลักษณะเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจทุกข้ออยู่ในระดับเห็นด้วย เมื่อพิจารณาระดับความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของเรือในรายข้อ พบว่า ข้อที่มีระดับเห็นด้วยมากที่สุด คือ อาวุธประจำกายของกำลังพลประจำเรือ ควรเปลี่ยนจากปืนเล็กยาวเป็นปืนเล็กกล ส่วนข้อที่มีระดับเห็นด้วยต่ำสุด คือ ปืนกล ขนาด .๕๐ นิ้ว ที่เหมาะสมที่จะติดตั้งในเรือ ควรใช้แท่นเดี่ยวมากกว่าแท่นคู่ ทั้งนี้ ผู้ศึกษาได้กำหนดสมมุติฐานไว้ว่า กำลังพลกองเรือลำน้ำ เห็นด้วยต่อคุณลักษณะของเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่เหมาะสมกับภารกิจกองเรือลำน้ำ ในระดับร้อยละ ๙๐ ขึ้นไป ซึ่งผลการทดสอบสมมุติฐาน ปรากฏว่า ยอมรับสมมุติฐาน
๒. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อระดับความคิดเห็นของกำลังพลกองเรือลำน้ำ พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อระดับความคิดเห็น ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านระดับชั้นยศ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุรับราชการ และปัจจัยส่วนบุคคลด้านลักษณะงานที่ทำ ส่วนปัจจัยส่วนบุคคลที่ไม่มีผลต่อระดับความคิดเห็น ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในกองเรือลำน้ำ และปัจจัยส่วนบุคคลด้านระยะเวลาที่เคยไปปฏิบัติงานที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง